เปลือกตาอักเสบเป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงวัย โดยอาจเริ่มจากอาการคัน แสบ หรือระคายเคืองบริเวณรอบดวงตา ก่อนจะสังเกตเห็นเปลือกตาบวมแดงและรู้สึกไม่สบายตา จนอดสงสัยไม่ได้ว่าเปลือกตาอักเสบเกิดจากอะไรและจำเป็นต้องรักษาหรือไม่ เพราะหากปล่อยให้อาการเปลือกตาอักเสบเกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อสุขภาพดวงตาและการใช้ชีวิตประจำวันได้ ดังนั้น การทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และวิธีดูแลเปลือกตาอักเสบ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
Key Takeaways
- เปลือกตาอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ต่อมไมโบเมียนทำงานผิดปกติ การติดเชื้อ และโรคผิวหนังบางชนิด
- อาการที่พบบ่อย ได้แก่ เปลือกตาแดง บวม คัน แสบ ระคายเคือง มีคราบบริเวณโคนขนตา และอาจมีอาการปวดหรือเจ็บร่วมด้วย
- เปลือกตาอักเสบหากเป็นเรื้อรังหรือเกิดซ้ำ อาจนำไปสู่ตาแห้ง ขนตาร่วง ขนตาขึ้นผิดทิศทาง หรือกระจกตาอักเสบได้
- การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง อาจใช้การทำความสะอาดเปลือกตา ประคบอุ่น หยอดตา หรือใช้ยาตามคำแนะนำของจักษุแพทย์
- หากอาการเปลือกตาอักเสบไม่ดีขึ้น เป็นซ้ำ ๆ หรือมีอาการปวดตามากและการมองเห็นผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุอย่างเหมาะสม
เปลือกตาอักเสบ คืออะไร?

เปลือกตาอักเสบ (Blepharitis) คือ ภาวะอักเสบที่เกิดบริเวณเปลือกตา โดยมักพบที่ขอบตาหรือบริเวณโคนขนตา สามารถเกิดได้ทั้งเปลือกตาบน และเปลือกตาล่าง รวมถึงเกิดพร้อมกันทั้งสองข้าง อาการที่พบได้ เช่น คัน แสบ ระคายเคืองเปลือกตาแดงหรือมีขี้ตาเกาะบริเวณโคนขนตา
เปลือกตาอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งแบบเป็นครั้งคราวและเป็นซ้ำ โดยความรุนแรงของอาการแตกต่างกันในแต่ละคน หากมีอาการผิดปกติบริเวณเปลือกตาอย่างต่อเนื่อง ควรได้รับการตรวจเพื่อหาสาเหตุและแนวทางดูแลที่เหมาะสม
ชนิดของเปลือกตาอักเสบ มีอะไรบ้าง?
เปลือกตาอักเสบสามารถแบ่งตามตำแหน่งที่เกิดการอักเสบได้ 2 ชนิด โดยแต่ละชนิดมีบริเวณที่เกิดและลักษณะของการอักเสบแตกต่างกัน ดังนี้
- เปลือกตาอักเสบส่วนหน้า (Anterior Blepharitis)
เป็นการอักเสบบริเวณด้านหน้าของขอบเปลือกตา ซึ่งเป็นบริเวณที่ขนตางอกออกมา อาจพบขอบตาอักเสบ มีสะเก็ดหรือคราบบริเวณโคนขนตา รวมถึงอาการคันและระคายเคืองร่วมด้วย
- เปลือกตาอักเสบส่วนหลัง (Posterior Blepharitis)
เป็นการอักเสบบริเวณขอบเปลือกตาด้านหลัง ซึ่งสัมพันธ์กับต่อมไมโบเมียน (Meibomian glands) ที่ทำหน้าที่สร้างชั้นไขมันของน้ำตา โดยมักพบร่วมกับภาวะต่อมไมโบเมียนทำงานผิดปกติ (Meibomian gland dysfunction: MGD) เช่น การอุดตันของต่อมหรือการหลั่งไขมันที่ผิดปกติ ส่งผลให้ขอบเปลือกตาอักเสบ น้ำตาระเหยเร็วขึ้น และอาจมีอาการตาแห้ง แสบ หรือระคายเคืองตาร่วมด้วย
สาเหตุของเปลือกตาอักเสบ เกิดจากอะไร?
เปลือกตาอักเสบเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งความผิดปกติของต่อมบริเวณเปลือกตา การติดเชื้อ และโรคผิวหนังบางชนิด โดยสาเหตุของเปลือกตาอักเสบที่พบได้ มีดังนี้
- การทำงานผิดปกติของต่อมไขมัน ต่อมไมโบเมียน (Meibomian Glands) อาจเกิดการอุดตันหรือสร้างไขมันที่มีคุณภาพเปลี่ยนไป ส่งผลให้ชั้นน้ำตาผิดสมดุลและเกิดการอักเสบบริเวณขอบเปลือกตา
- การติดเชื้อหรือมีเชื้อจุลชีพบนขอบตาเพิ่มขึ้น เช่น แบคทีเรีย Staphylococcus ที่อาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบบริเวณโคนขนตาและขอบตา ทำให้เกิดเปลือกตาแดงบวม คัน หรือมีคราบสะเก็ดบริเวณขนตา
- โรคผิวหนังบางชนิด เช่น Seborrheic Dermatitis หรือ Rosacea อาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบบริเวณเปลือกตา ทำให้เกิดขุย ความมัน หรือการระคายเคืองบริเวณขอบตา และกระตุ้นให้เกิดอาการเปลือกตาอักเสบได้
- การระคายเคือง จากเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์รอบดวงตา หรือสารบางชนิดอาจกระตุ้นการระคายเคืองและการอักเสบ ทำให้เกิดอาการคัน แสบ หรือบวมบริเวณเปลือกตา
ปัจจัยเสี่ยงเป็นเปลือกตาอักเสบ มีอะไรบ้าง?

เปลือกตาอักเสบ (Blepharitis) สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยมีปัจจัยบางอย่างที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเปลือกตาอักเสบ หรือทำให้อาการกลับมาเป็นซ้ำได้ ปัจจัยที่ควรใส่ใจ ได้แก่
- มีความผิดปกติของต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา เช่น ต่อมไขมันที่เปลือกตาทำงานผิดปกติหรือเกิดการอุดตัน (Meibomian Gland Dysfunction: MGD) ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบบริเวณขอบเปลือกตา และมักพบร่วมกับอาการตาแห้ง
- มีโรคผิวหนังบางชนิด เช่น ผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis) หรือโรคโรซาเซีย (Rosacea) ซึ่งอาจส่งผลต่อผิวหนังบริเวณใบหน้าและเปลือกตา และสัมพันธ์กับการเกิดเปลือกตาอักเสบได้
- มีการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและสิ่งคัดหลั่งบริเวณขอบเปลือกตา การสะสมของคราบไขมัน สะเก็ด หรือสิ่งคัดหลั่งบริเวณโคนขนตา อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบบริเวณขอบเปลือกตาได้
- ใช้เครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตาและทำความสะอาดไม่ทั่วถึง คราบเครื่องสำอางที่ตกค้างบริเวณขอบตาและโคนขนตาอาจสะสมร่วมกับไขมันและสิ่งคัดหลั่ง ทำให้เกิดการอุดตันและระคายเคืองบริเวณเปลือกตาได้
- มีไรขนตา (Demodex) ในปริมาณมาก ไร Demodex สามารถอาศัยอยู่บริเวณรูขุมขนและต่อมไขมันรอบขนตา หากมีจำนวนมากกว่าปกติ อาจสัมพันธ์กับการอักเสบของขอบเปลือกตาและทำให้อาการเป็นเรื้อรังหรือกลับมาเป็นซ้ำได้
นอกจากนี้ อากาศแห้ง ลมแรง การอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานาน หรือการจ้องหน้าจอต่อเนื่อง อาจทำให้กะพริบตาน้อยลงและเพิ่มอาการตาแห้งหรือระคายเคืองตาได้ แม้ปัจจัยเหล่านี้จะไม่ใช่ปัจจัยเสี่ยงโดยตรงของเปลือกตาอักเสบ แต่อาจทำให้อาการไม่สบายตาที่เกิดร่วมกับเปลือกตาอักเสบชัดเจนขึ้น
อาการเปลือกตาอักเสบ มีอะไรบ้าง?
อาการเปลือกตาอักเสบอาจแตกต่างกันไปตามตำแหน่งและความรุนแรงของการอักเสบ โดยอาการที่คนไข้สามารถสังเกตได้ มีดังนี้
- เปลือกตาแดงและบวม โดยอาจมีอาการเปลือกตาบวมแดง หรือขอบตาบวมร่วมด้วย
- คัน แสบ และระคายเคืองบริเวณเปลือกตา โดยเฉพาะอาการคันเปลือกตาบน หรือรู้สึกแสบหนังตา
- มีขี้ตาหรือคราบสะเก็ดบริเวณโคนขนตา โดยมักสังเกตได้ชัดหลังตื่นนอน
- ตาแห้งและรู้สึกระคายเคืองตา เนื่องจากการอักเสบบริเวณขอบตาอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของชั้นน้ำตา
- น้ำตาไหลหรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา ทำให้ต้องกะพริบตาบ่อยหรือรู้สึกไม่สบายตา
- ตามัวหรือแพ้แสง ในบางคนอาจพบได้ มีอาการมองไม่ชัดชั่วคราว หรือรู้สึกไวต่อแสงร่วมกับการระคายเคืองตา แต่ถ้าตามัวต่อเนื่อง ปวดตา หรือแพ้แสงมาก ควรตรวจหาภาวะอื่นร่วมด้วย
หากเปลือกตาอักเสบมีอาการรุนแรง เป็นซ้ำ ๆ หรือมีการมองเห็นผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและแนวทางรักษา
ภาวะแทรกซ้อนจากเปลือกตาอักเสบที่อาจเกิดขึ้น มีอะไรบ้าง?
หากเปลือกตาอักเสบเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือเป็นซ้ำบ่อยโดยไม่ได้รับการดูแล อาจส่งผลต่อโครงสร้างของเปลือกตาและสุขภาพดวงตาได้ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบ มีดังนี้
- ตาแห้งและระคายเคืองตา การอักเสบบริเวณขอบตาและความผิดปกติของต่อมไมโบเมียน อาจทำให้ชั้นน้ำตาเสียสมดุลและเกิดอาการตาแห้งตามมา
- ขนตาร่วงหรือขึ้นผิดทิศทาง การอักเสบเรื้อรังอาจส่งผลต่อรูขุมขน ทำให้ขนตาบางลง หลุดร่วง หรือเกิดขนตาทิ่มเข้าหาดวงตา
- กุ้งยิง (Stye) การอุดตันหรือติดเชื้อบริเวณต่อมที่ขอบเปลือกตา อาจทำให้เกิดก้อนบวมแดงและรู้สึกเจ็บเปลือกตาบนหรือเปลือกตาล่างขึ้นมาได้
- แผลเป็นบริเวณเปลือกตา หากเกิดการอักเสบเป็นเวลานาน อาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณเปลือกตาเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือมีแผลเป็น
- เยื่อบุตาอักเสบ การอักเสบและการระคายเคืองบริเวณเปลือกตาอาจเกิดร่วมกับเยื่อบุตาอักเสบ ทำให้มีอาการตาแดง แสบตา หรือน้ำตาไหล
- กระจกตาอักเสบหรือเกิดแผลที่กระจกตา ในกรณีที่มีการอักเสบรุนแรงหรือเกิดซ้ำ อาจส่งผลกระทบต่อกระจกตา ทำให้มีอาการปวดตา ตาแดง แพ้แสง หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง
หากมีอาการเปลือกตาอักเสบร่วมกับปวดตามาก ตามัว ตาแพ้แสงชัดเจน หรือมีแผลบริเวณดวงตา ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์เพื่อประเมินความผิดปกติและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้น
การตรวจวินิจฉัยเปลือกตาอักเสบ มีกี่วิธี?

การตรวจวินิจฉัยเปลือกตาอักเสบจะพิจารณาจากอาการ ตำแหน่งที่เกิดการอักเสบ และความผิดปกติของเปลือกตาร่วมกัน เพื่อแยกจากโรคตาหรือภาวะอื่นที่มีอาการใกล้เคียง โดยวิธีที่อาจใช้ในการตรวจ มีดังนี้
- ซักประวัติและตรวจบริเวณเปลือกตา
แพทย์จะสอบถามลักษณะอาการ เช่น เจ็บเปลือกตาบน เปลือกตาบวม คัน แสบ หรือระคายเคือง รวมถึงระยะเวลาที่เป็นและการกลับมาเป็นซ้ำ จากนั้นตรวจดูเปลือกตาแดงบวม คราบสะเก็ดบริเวณโคนขนตา และลักษณะของขอบตา เพื่อประเมินตำแหน่งและความรุนแรงของเปลือกตาอักเสบ
- ตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์สำหรับตรวจตา (Slit Lamp Examination)
เป็นการตรวจรายละเอียดของเปลือกตา ขอบตา โคนขนตา และผิวดวงตาด้วยเครื่องมือที่ให้ภาพขยาย ช่วยให้แพทย์สังเกตลักษณะของขอบตาอักเสบ การอุดตันของต่อมไมโบเมียน รวมถึงความผิดปกติของเยื่อบุตาและกระจกตาที่อาจเกิดร่วมกัน
- ตรวจการทำงานของต่อมไมโบเมียน
แพทย์อาจประเมินลักษณะและการระบายของไขมันจากต่อมไมโบเมียนบริเวณขอบเปลือกตา เพื่อดูว่ามีการอุดตันหรือทำงานผิดปกติหรือไม่ เนื่องจากความผิดปกติของต่อมดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับเปลือกตาอักเสบ และอาการตาแห้งร่วมด้วย
- ตรวจหาสาเหตุจากเชื้อหรือไรบริเวณขนตา
หากสงสัยว่าการอักเสบเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือมีไรขนตา แพทย์อาจตรวจบริเวณโคนขนตาและสิ่งคัดหลั่งเพิ่มเติม ในบางกรณีอาจเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจหาเชื้อ เพื่อช่วยประกอบการวางแผนวิธีรักษาเปลือกตาอักเสบให้ตรงกับสาเหตุ
- ตรวจภาวะตาแห้งร่วมด้วย
เนื่องจากเปลือกตาอักเสบอาจเกิดร่วมกับภาวะตาแห้ง แพทย์อาจประเมินปริมาณน้ำตาและความคงตัวของฟิล์มน้ำตา รวมถึงตรวจสภาพผิวดวงตา เพื่อดูว่ามีความผิดปกติของน้ำตาร่วมกับอาการหรือไม่
- ตรวจเพิ่มเติมในกรณีที่มีลักษณะผิดปกติ
หากพบก้อน แผลที่เปลือกตา การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง หรือรอยโรคที่ไม่หายตามปกติ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การเก็บชิ้นเนื้อ (Biopsy) เพื่อแยกภาวะอื่นที่อาจมีลักษณะคล้ายโรคเปลือกตาอักเสบออกไป
การรักษาเปลือกตาอักเสบ มีวิธีใดบ้าง?
อาการเปลือกตาอักเสบ เปลือกตาบวม จะใช้วิธีใดในการรักษาก็ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ตำแหน่ง และความรุนแรงของอาการ โดยแพทย์อาจเลือกใช้การดูแลร่วมกับยา เพื่อควบคุมการอักเสบและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ ดังนี้
- ทำความสะอาดเปลือกตาและประคบอุ่น
การประคบอุ่นบริเวณเปลือกตาช่วยให้ไขมันที่คั่งอยู่บริเวณต่อมไมโบเมียนมีความเหลวขึ้น และช่วยให้สิ่งคัดหลั่งบริเวณขอบตาหลุดออกได้ง่ายขึ้น ควรทำความสะอาดขอบตาและโคนขนตาอย่างอ่อนโยน เพื่อลดการสะสมของคราบและสิ่งสกปรก
- ใช้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics)
หากแพทย์ประเมินว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย อาจพิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะในรูปแบบยาทาบริเวณเปลือกตา ยาหยอดตา หรือยารับประทานตามความเหมาะสม การเลือกชนิดและระยะเวลาการใช้ยาควรเป็นไปตามสาเหตุและการประเมินของแพทย์
- ใช้ยาลดการอักเสบ
ในกรณีที่มีการอักเสบชัดเจน แพทย์อาจพิจารณายาที่ช่วยลดการอักเสบ เช่น ยาหยอดตาหรือยาทาบางชนิด โดยเฉพาะเมื่อมีอาการระคายเคืองร่วมด้วย ทั้งนี้ ยากลุ่มสเตียรอยด์ (Steroids) ควรใช้ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์ เนื่องจากการใช้ไม่เหมาะสมอาจส่งผลต่อดวงตาได้
- ดูแลอาการตาแห้งร่วมด้วย
หากเปลือกตาอักเสบเกิดร่วมกับภาวะตาแห้ง แพทย์อาจแนะนำหยอดตาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและบรรเทาอาการแสบหรือระคายเคือง การดูแลภาวะตาแห้งควบคู่กันอาจช่วยลดความไม่สบายตาที่เกิดร่วมกับการอักเสบของเปลือกตา
- รักษาความผิดปกติของต่อมไมโบเมียน
หากพบว่าต่อมไมโบเมียนอุดตันหรือทำงานผิดปกติ แพทย์อาจวางแผนดูแลต่อมบริเวณขอบตาร่วมกับการประคบอุ่นและทำความสะอาดเปลือกตา เพื่อช่วยควบคุมอาการและลดการเกิดเปลือกตาบวมหรือการอักเสบซ้ำ
- รักษาปัจจัยหรือโรคที่เกี่ยวข้อง
หากพบว่าเปลือกตาอักเสบเกิดจากโรคผิวหนัง การแพ้ หรือปัจจัยอื่น แพทย์จะพิจารณาดูแลสาเหตุเหล่านั้นควบคู่กัน เพื่อช่วยลดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดการอักเสบซ้ำ
การรักษาควรเลือกตามสาเหตุและอาการของแต่ละคน ไม่ควรซื้อยาหยอดตาหรือยาสเตียรอยด์มาใช้เอง หากมีอาการเจ็บเปลือกตา ตาแดง คันตา หรือเป็นซ้ำ ๆ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อวางแนวทางรักษาอย่างเหมาะสม
การดูแลและป้องกันเปลือกตาอักเสบ ลดโอกาสเป็นซ้ำ

การดูแลสุขอนามัยรอบดวงตาอย่างสม่ำเสมอช่วยลดการระคายเคืองและลดโอกาสที่เปลือกตาอักเสบจะกลับมาเป็นซ้ำ โดยสามารถดูแลตัวเองได้ดังนี้
- ทำความสะอาดเปลือกตาเป็นประจำ ควรล้างใบหน้าและบริเวณรอบดวงตาอย่างอ่อนโยน โดยเฉพาะขอบตาและโคนขนตา เพื่อช่วยลดการสะสมของคราบไขมัน ขี้ตา และสิ่งสกปรกที่อาจกระตุ้นการอักเสบ
- หลีกเลี่ยงการขยี้หรือจับดวงตาบ่อย ๆ ควรล้างมือก่อนสัมผัสดวงตาทุกครั้ง เพราะมืออาจมีเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกที่เพิ่มการระคายเคืองและทำให้อาการเจ็บที่เปลือกตาหรือคันรุนแรงขึ้น
- ประคบอุ่นและทำความสะอาดขอบตา การประคบอุ่นอาจช่วยให้สิ่งคัดหลั่งบริเวณต่อมไมโบเมียนระบายออกได้ง่ายขึ้น จากนั้นจึงเช็ดทำความสะอาดขอบตาอย่างเบามือ โดยเฉพาะผู้ที่มีเปลือกตาบวมหรือมีคราบบริเวณโคนขนตาเป็นประจำ
- ล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาให้สะอาดก่อนนอน ควรเช็ดมาสคารา อายไลเนอร์ และเครื่องสำอางบริเวณเปลือกตาออกให้หมด เพื่อลดการตกค้างและการอุดตันบริเวณขอบตา หากเกิดอาการแสบหรือระคายเคืองหลังใช้ ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้น
- ไม่ใช้เครื่องสำอางหรืออุปกรณ์แต่งหน้าร่วมกับผู้อื่น รวมถึงควรดูแลความสะอาดของแปรงและอุปกรณ์แต่งหน้าเป็นประจำ เพื่อลดโอกาสสัมผัสเชื้อโรคและสิ่งสกปรกบริเวณรอบดวงตา
- ดูแลภาวะตาแห้งและโรคที่เกี่ยวข้อง หากมีภาวะตาแห้งหรือโรคผิวหนังบางชนิด ควรดูแลตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะภาวะเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดหรือการกลับมาเป็นซ้ำของเปลือกตาอักเสบได้
- พักสายตาและลดสิ่งกระตุ้นรอบดวงตา หากต้องใช้หน้าจอเป็นเวลานาน ควรพักสายตาและกะพริบตาให้สม่ำเสมอ รวมถึงหลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน และลมที่อาจทำให้ดวงตาเกิดการระคายเคือง
เปลือกตาอักเสบ สามารถดูแลรักษาได้ที่ โรงพยาบาลจักษุ อินซ์
เปลือกตาอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การทำงานผิดปกติของต่อมไมโบเมียน การติดเชื้อ หรือโรคผิวหนังบางชนิด โดยอาจมีอาการคัน แสบ เปลือกตาแดง เปลือกตาบวม และมีคราบบริเวณโคนขนตา การตรวจหาสาเหตุและเลือกวิธีรักษาเปลือกตาอักเสบที่เหมาะกับอาการจะสามารถช่วยลดการอักเสบและโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้
โรงพยาบาลจักษุ อินซ์ ให้บริการตรวจสุขภาพตาและดูแลโรคทางตาโดยจักษุแพทย์เฉพาะทาง หากมีอาการเปลือกตาอักเสบเป็นซ้ำ อาการไม่ดีขึ้น หรือมีเปลือกตาบวมแดงร่วมกับอาการผิดปกติของการมองเห็น สามารถเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินสาเหตุและรับคำแนะนำในการดูแลที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
สอบถามเพิ่มเติม
- ☎ Tel : 02-055-8888
- 💬 Line : @inzhospital → https://lin.ee/zOUmpL6
คำถามที่พบบ่อย
เปลือกตาอักเสบกี่วันหาย
ระยะเวลาที่อาการเปลือกตาอักเสบจะดีขึ้นแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ชนิด และความรุนแรงของการอักเสบ หากอาการไม่รุนแรงและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาการอาจค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึงหลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม เปลือกตาอักเสบบางชนิด โดยเฉพาะที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของต่อมไมโบเมียนหรือโรคผิวหนัง อาจเป็นภาวะเรื้อรังและกลับมาเป็นซ้ำได้ จึงอาจต้องดูแลความสะอาดของเปลือกตาและควบคุมปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
เปลือกตาอักเสบ หายเองได้ไหม
เปลือกตาอักเสบที่มีอาการไม่รุนแรงอาจดีขึ้นได้เมื่อดูแลความสะอาดของเปลือกตาและหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นการระคายเคือง อย่างไรก็ตาม เปลือกตาอักเสบบางชนิดอาจเป็นเรื้อรังหรือกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีความผิดปกติของต่อมไมโบเมียนร่วมด้วย หากอาการไม่ดีขึ้น เป็นซ้ำบ่อย หรือมีอาการบวมแดงมาก ปวดตา ตามัว หรือแพ้แสง ควรเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม


