ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้น ร่างกายของเรายิ่งเสื่อมลง “ต้อกระจก” ก็เป็นหนึ่งในโรคที่เกิดจากความเสื่อมสภาพของดวงตาของเรา ถึงแม้ว่าลักษณะอาการของโรคต้อกระจกอาจดูน่ากลัว เป็นโรคตาที่สามารถรักษาได้และช่วยให้การมองเห็นกลับมาชัดขึ้น ไม่น่ากลัวอย่างที่ใครหลายคนคิด
Key Takeaway
- ต้อกระจกคือภาวะที่เลนส์แก้วตาเกิดความขุ่นมัว ทำให้การมองเห็นพร่ามัวเหมือนมีหมอกบัง มักเกิดจากความเสื่อมของเลนส์แก้วตาตามอายุ
- ต้อกระจกมีหลายชนิดและมีระยะความรุนแรงแตกต่างกัน หากปล่อยไว้อาจทำให้การมองเห็นแย่ลงเรื่อย ๆ จนกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน
- อาการมักเริ่มจากมองเห็นไม่ชัด ภาพพร่ามัว หรือมองเห็นแสงกระจาย โดยอาการจะรุนแรงขึ้นเมื่อเลนส์ตาขุ่นมากขึ้น
- การวินิจฉัยต้องตรวจตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ เพื่อประเมินชนิดและความรุนแรงก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
- วิธีรักษาหลักคือการผ่าตัดนำเลนส์ตาที่ขุ่นออกและใส่เลนส์แก้วตาเทียม ซึ่งช่วยให้การมองเห็นกลับมาชัดขึ้นได้
ต้อกระจก คืออะไร ?

ต้อกระจก คือ โรคต้อที่เกิดจากความเสื่อมของเลนส์แก้วตา มีลักษณะขุ่นมัว ทำให้แสงไม่สามารถผ่านเลนส์ตาไปได้ การมองเห็นของผู้ที่เป็นต้อกระจก จึงมีความพร่ามัวคล้ายมีหมอกควันบดบัง
รู้จักชนิดของต้อกระจก
ชนิดของต้อกระจกมีด้วยกันอยู่หลายชนิด โดยแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งการเกิดหรือลักษณะของต้อกระจก
Nuclear cataract
ต้อกระจกชนิด Nuclear cataract เลนส์ตาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง และน้ำตาลอย่างช้า ๆ โดยคนไข้ที่เป็นต้อกระจกชนิดนี้ เริ่มแรกอาจมีอาการมองเห็นไม่ชัดในระยะไกล แต่สามารถมองเห็นระยะใกล้ได้ชัดเจน อาการมักค่อย ๆ เป็นมากขึ้นตามเวลา และไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะจะส่งผลต่อการมองเห็นที่แย่ลง
Cortical cataract
Cortical cataract หรือต้อกระจกที่มีลักษณะขุ่นเป็นแนวคล้ายซี่ล้อ (Spoke-like opacity) หากปล่อยไว้ให้อาการพัฒนาความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ลุกลามจนแสงไม่สามารถผ่านเข้าดวงตาได้อย่างเต็มที่
Posterior subcapsular cataract
ต้อกระจกชนิด Posterior subcapsular อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ มีปัญหาสายตาสั้นมาก ๆ เป็นต้น ต้อกระจกชนิดนี้ มักส่งผลกระทบต่อความสามารถในการมองเห็นเวลาอ่านหนังสือหรือขับรถ และอาจทำให้เกิดอาการแสงกระจาย (Glare) หรือเห็นแสงเป็นวง (Halo) อีกทั้งต้อกระจกชนิดนี้ พัฒนาได้เร็วกว่าชนิดอื่น ๆ อีกด้วย
อาการต้อกระจกเป็นอย่างไร

1. ระยะเริ่มแรก (Early Cataract)
ต้อกระจก ระยะแรกคนไข้อาจสังเกตได้ว่า ตนเองอาจเริ่มมีอาการมองเห็นพร่ามัว มองไม่คมชัด หรือเห็นแสงกระจาย โดยเฉพาะในที่มีแสงจ้า มองเห็นไม่ชัดอย่างที่ควรจะเป็น และอาจรู้สึกตาล้าได้ง่าย
2. ระยะก่อนต้อสุก (Immature Cataract)
ต้อกระจกระยะก่อนสุก เลนส์แก้วตาเริ่มมีความขุ่นมัวบางส่วน แต่ยังไม่ขุ่นทั่วทั้งเลนส์ เป็นระยะที่สามารถใช้แว่นสายตา ช่วยในการมองเห็นให้ชัดขึ้น
3. ระยะต้อสุก (Mature Cataract)
ระยะต้อสุก หรือต้อกระจกในระยะที่เลนส์แก้วตาจะมีความขุ่นมัวมาก ส่งผลกระทบต่อการมองเห็น สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม
4. ระยะต้อสุกเกิน (Hypermature Cataract)
ระยะต้อสุกเกินเป็นระยะที่เลนส์แก้วตามีความขุ่นมาก การมองเห็นจะลดลงอย่างชัดเจน ในบางรายเลนส์ตาอาจเกิดการเสื่อมสภาพมากจนทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ เช่น ภาวะต้อหินจากเลนส์ตา (Lens-induced glaucoma) ได้แก่ Phacolytic glaucoma หรือ Phacomorphic glaucoma รวมถึงการอักเสบภายในลูกตา เช่น Lens-induced uveitis
ดังนั้นหากปล่อยต้อกระจกไว้จนอยู่ในระยะนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและทำให้การผ่าตัดรักษามีความซับซ้อนมากขึ้น จึงควรเข้ารับการประเมินและรักษากับจักษุแพทย์อย่างเหมาะสม
ต้อกระจกเกิดจากอะไร
ต้อกระจกเกิดจากการเปลี่ยนแปลงหรือความเสื่อมของเลนส์แก้วตา ซึ่งมักพบมากขึ้นตามอายุ แต่ก็สามารถเกิดได้จากปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่
- อายุที่เพิ่มขึ้น
- การที่ดวงตาเผชิญกับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เป็นระยะเวลานาน
- การใช้ยาสเตียรอยด์อย่างต่อเนื่อง
- มีประวัติเกิดอุบัติเหตุที่ดวงตา
- มีโรคประจำตัวและโรคทางตา เช่น การอักเสบภายในลูกตา (Uveitis) ต้อกระจกจากเบาหวาน
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดต้อกระจก
นอกจากสาเหตุการเกิดโรคต้อกระจกข้างต้นแล้ว ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่สามารถก่อให้เกิดต้อกระจกได้ อย่างเช่น การมีโรคตาหรือโรคทางกาย ไม่ว่าจะเป็น
- โรคเบาหวาน เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานสามารถเร่งการเกิดต้อกระจกได้
- การอักเสบภายในลูกตา (Uveitis) สามารถทำให้เกิดต้อกระจกเป็นภาวะแทรกซ้อนได้
- ภาวะสายตาสั้นมาก (High myopia)
การตรวจวินิจฉัยโรคต้อกระจก
การตรวจวินิจฉัยโรคต้อกระจก แพทย์จะทำการตรวจอย่างละเอียด เช่น ตรวจวัดการมองเห็น วัดค่าสายตาตรวจตาด้วยกล้อง Slit lamp วัดความดันภายในตา ขยายรูม่านตา เพื่อที่จะประเมินอาการ ความรุนแรง ชนิดของต้อกระจก รวมถึงตรวจดูว่าคนไข้มีอาการผิดปกติหรือโรคตาอื่น ๆ แทรกซ้อนด้วยหรือไม่ หลังจากการตรวจ จักษุแพทย์จะสามารถวางแผนแนวทางการรักษาต้อกระจกที่เหมาะสมกับแต่ละราย
แนวทางวิธีรักษาต้อกระจก

แนวทางการรักษาโรคต้อกระจกมีทั้งวิธีที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดและไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับอาการความรุนแรงและการวินิจฉัยของแพทย์ โดยต้อกระจก อาการเริ่มต้น สามารถสวมแว่นตา เพื่อแก้ปัญหามองเห็นไม่ชัดได้
แนวทางการผ่าตัดต้อกระจกที่โรงพยาบาลจักษุ อินซ์
หากเลนส์ตาเกิดความขุ่นมากขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แพทย์มักแนะนำการผ่าตัดต้อกระจก ซึ่งเป็นวิธีรักษามาตรฐานในปัจจุบัน โดยการผ่าตัดจะนำเลนส์ตาที่ขุ่นออกและใส่เลนส์แก้วตาเทียม (Intraocular Lens: IOL) เข้าไปแทน เพื่อช่วยฟื้นฟูการมองเห็น
ที่โรงพยาบาลจักษุ อินซ์ คนไข้จะได้รับการตรวจวินิจฉัยดวงตาอย่างละเอียด โดยทีมจักษุแพทย์เฉพาะทาง พร้อมวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละราย ตั้งแต่การประเมินความรุนแรงของต้อกระจก การเลือกชนิดของเลนส์แก้วตาเทียม ไปจนถึงการดูแลหลังการผ่าตัด เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาพดวงตาของคนไข้
วิธีดูแลดวงตาเพื่อลดความเสี่ยงของต้อกระจก
แม้ว่าต้อกระจกจะมักเกิดจากความเสื่อมของเลนส์ตาตามอายุ แต่การดูแลสุขภาพตาและปรับพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน สามารถช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดโรคได้ โดยมีวิธีดูแลและป้องกันดังนี้
- สวมแว่นกันแดดที่ป้องกันรังสี UV เมื่อออกแดด เพื่อลดการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตที่อาจทำให้เลนส์ตาเสื่อมเร็วขึ้น
- การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักและผลไม้
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก เพราะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดต้อกระจก
- ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ซึ่งอาจทำให้เกิดต้อกระจกได้เร็วกว่าปกติ
- ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ เพื่อคัดกรองความผิดปกติของดวงตาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
รักษาโรคต้อกระจกที่ไหนดี?
การเลือกสถานพยาบาลสำหรับผ่าตัดต้อกระจก เพื่อให้การรักษามีความปลอดภัยและเหมาะสม นอกจากการวินิจฉัยที่ถูกต้องแล้ว การเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยสามารถพิจารณาได้จากปัจจัยต่อไปนี้
- สถานพยาบาลมีมาตรฐานด้านความสะอาดและความปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- มีเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เหมาะสม สำหรับตรวจวินิจฉัยและผ่าตัดต้อกระจก
- มีการตรวจประเมินดวงตาอย่างละเอียดก่อนการรักษา เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละราย
- มีทีมจักษุแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์ คอยให้คำแนะนำและดูแลทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด
ต้อกระจก รักษาได้ คืนความชัดให้การมองเห็นอีกครั้ง
โรคต้อกระจกเกิดจากความเสื่อมของเลนส์แก้วตา ทำให้เลนส์เกิดความขุ่นมัว ส่งผลให้การมองเห็นพร่ามัวคล้ายมีหมอกบดบัง ปัจจุบันสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดต้อกระจก ซึ่งเป็นการนำเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออกและใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน เพื่อช่วยฟื้นฟูการมองเห็น คนไข้ควรเข้ารับการตรวจประเมินกับจักษุแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมตามความรุนแรงของโรคและสภาพดวงตาของแต่ละบุคคล
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาการรักษา ควรศึกษาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เช่น ค่าใช้จ่าย ขั้นตอนการรักษา และระยะเวลาพักฟื้น เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการรักษา ที่แนวทางการผ่าตัดต้อกระจกที่โรงพยาบาลจักษุ อินซ์ มีทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านดวงตาพร้อมดูแล ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การวางแผนการรักษา ไปจนถึงการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อให้การรักษามีความปลอดภัยและเหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย และช่วยฟื้นฟูการมองเห็นในระยะยาว
สอบถามเพิ่มเติม
☎ Tel : 02-055-8888
💬 Line : @inzhospital → https://lin.ee/zOUmpL6
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคต้อกระจก
อ่านมาจนถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ ต้อกระจก เพิ่มเติม ทางโรงพยาบาลจักษุ อินซ์ ได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อย พร้อมคำตอบสั้น ๆ เพื่อช่วยให้เข้าใจโรคและการรักษาได้ชัดเจนมากขึ้น
ต้อกระจก หายเองได้ไหม ถ้ารักษาแล้วกลับมาเป็นอีกครั้งได้ไหม
ต้อกระจก หายเองได้ไหม? โรคต้อกระจกเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของเลนส์ตา ไม่สามารถหายไปได้เอง แต่สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าต้อกระจกเปลี่ยนเลนส์ตา โดยหลังการผ่าตัดต้อกระจกจะไม่กลับมาเป็นอีก แต่ในบางรายอาจเกิดภาวะขุ่นของถุงเลนส์ด้านหลัง (Posterior Capsule Opacification: PCO) ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยการยิงเลเซอร์ YAG
การผ่าตัดต้อกระจกจะทำให้สายตาสั้น ยาว เอียงหายไปได้หรือไม่
การผ่าตัดต้อกระจกร่วมกับการใส่เลนส์แก้วตาเทียม สามารถเลือกเลนส์ที่ช่วยแก้ปัญหาสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียงได้ อย่างไรก็ตามบางคนอาจยังต้องใช้แว่นตาในกิจกรรมบางอย่าง เช่น อ่านหนังสือระยะใกล้
ตาเป็นต้อกระจก ทำเลสิกได้หรือไม่
การทำเลสิก(LASIK) เป็นการแก้ปัญหาที่กระจกตา แต่ต้อกระจกเกิดจากความขุ่นของเลนส์ตา ดังนั้นการทำเลสิกไม่สามารถรักษาต้อกระจกได้ หากมีต้อกระจกควรตรวจตากับจักษุแพทย์เพื่อประเมินและรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสม
เป็นต้อกระจกอันตรายไหม
ต้อกระจกไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หากปล่อยไว้อาจทำให้การมองเห็นลดลงมากขึ้นได้ ปัจจุบันสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม ซึ่งช่วยให้การมองเห็นกลับมาชัดเจนขึ้นได้อีกครั้ง
เอกสารอ้างอิง
Cataracts. (2023 September, 28). mayoclinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/cataracts/symptoms-causes/syc-20353790
Kierstan Boyd. (2023 October, 16). What Are Cataracts?. AMERICAN ACADEMY OF OPHTHALMOLOGY. https://www.aao.org/eye-health/diseases/what-are-cataracts

