เคยไหม? เวลาเดินออกไปเจอแสงแดดจ้าหรือมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วรู้สึกแสบตาจนต้องหรี่ตาลง อาการตาแพ้แสงถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญจากดวงตาที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและบ่งบอกถึงภาวะผิดปกติภายในดวงตาได้
การทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษาจะช่วยให้คนไข้ดูแลดวงตาได้อย่างถูกต้อง และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
Key Takeaways
- ตาแพ้แสง หรือ Photophobia คือภาวะที่ดวงตาไวต่อแสงมากกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด แสงไฟ หรือแสงจากหน้าจอ
- ตาแพ้แสงเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ตาแห้ง, ตาอักเสบ, การติดเชื้อ กระจกตาเป็นแผล หรือโรคทางระบบประสาทอย่างไมเกรน
- การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ อาจใช้น้ำตาเทียมหยอดตา หรือใช้ยาอื่น ๆ รักษาโรคต้นเหตุร่วมกับการปรับพฤติกรรม
- คนไข้ที่มีอาการรุนแรง เช่น มองเห็นภาพลดลง ปวดตามาก หรืออาการตาเห็นแสงระยิบระยับ แต่ใช้วิธีรักษาต่าง ๆ แล้วไม่ดีขึ้น ควรรีบพบจักษุแพทย์
ตาแพ้แสง คืออะไร? ทำความรู้จักภาวะ Photophobia

ตาแพ้แสง (Photophobia) คือ ภาวะที่ดวงตามีความไวต่อแสงมากกว่าปกติ ส่งผลให้รู้สึกไม่สบายตา ตาสู้แสงไม่ได้เมื่ออยู่ในที่แสงจ้า แสบตาเวลาเล่นโทรศัพท์ มองแสงแล้วตามัว น้ำตาไหล และอาจมีอาการปวดหัวร่วมด้วย
หลายคนมักสับสนระหว่างภาวะตาแพ้แสงกับปัญหาตาอื่นๆ หากเปรียบเทียบกับภาวะตาแห้ง คนไข้จะมีอาการแสบตา รู้สึกเหมือนมีฝุ่นอยู่ในตา ส่วนภาวะภูมิแพ้ตาจะมีอาการคันตา ระคายเคือง และตาแดงเป็นหลัก แต่สำหรับภาวะตาแพ้แสง ตาไม่สู้แสงนั้น อาการกระตุ้นหลักจะเกิดจากการได้รับแสงโดยตรง ซึ่งบางครั้งอาจพบทั้งสามภาวะนี้ร่วมกันได้
สาเหตุของตาแพ้แสง มีอะไรบ้าง?
อาการตาแพ้แสง เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ความผิดปกติของโครงสร้างดวงตา พฤติกรรมการใช้งาน ไปจนถึงความผิดปกติของระบบประสาท การเข้าใจว่าตาแพ้แสงเกิดจากอะไรจะช่วยให้แก้ไขได้ตรงจุด โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- ภาวะตาแห้งและเปลือกตาอักเสบ : เมื่อน้ำตาเลี้ยงดวงตาไม่เพียงพอ หรือมีภาวะเปลือกตาอักเสบ จะทำให้เกิดการระคายเคืองและตาไวต่อแสง คือมีปฏิกิริยาต่อแสงไวกว่าปกติเกิดขึ้น
- การติดเชื้อหรืออักเสบของดวงตา : การติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา รวมถึงอาการทางโรคตา เช่น กระจกตาอักเสบ ม่านตาอักเสบ อาจทำให้มีอาการน้ำตาไหล แสบตา ร่วมกับภาวะแพ้แสงได้
- การใช้งานสายตาหนักเกินไป : การจ้องหน้าจอหรือการใส่คอนแทคเลนส์นานเกินไป สามารถส่งผลให้ตาแพ้แสง ร่วมกับปวดตา ปวดหัวได้
- โรคทางระบบประสาท : เช่น โรคไมเกรน มักพบอาการตาไม่สู้แสงแดด ร่วมกับอาการปวดศีรษะ
- ภาวะหลังการผ่าตัดตา : หลังการผ่าตัดบางชนิด เช่น ผ่าตัดต้อกระจก คนไข้บางรายอาจรู้สึกตาสู้แสงไม่ได้ แสบตา หรือตาปรับแสงไม่ทันในช่วงแรก แต่โดยทั่วไปอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อดวงตาฟื้นตัว
การตรวจวินิจฉัยอาการตาแพ้แสง
เมื่อคนไข้มาพบจักษุแพทย์ด้วยอาการตาแพ้แสง แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด รวมถึงประเมินพฤติกรรมการใช้สายตาและโรคประจำตัว จากนั้นจะทำการตรวจเหล่านี้เพิ่มเติม
- การตรวจด้วยกล้อง Slit-lamp : ตรวจดูผิวกระจกตา เยื่อบุตา (Conjunctiva) และส่วนประกอบด้านหน้าของดวงตา เพื่อหาแผลหรือการอักเสบอย่างละเอียด
- การตรวจฟิล์มน้ำตา : เพื่อวัดปริมาณและคุณภาพน้ำตา ตรวจเช็กภาวะตาแห้ง ซึ่งเป็นสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ตาสู้แสงไม่ได้ แสบตา
- ตรวจเพิ่มเติมตามความจำเป็น : ในบางรายอาจส่งตรวจทางระบบประสาทหรือโรคทางอายุรกรรม หากสงสัยว่าอาการไม่ได้เกิดจากดวงตาเพียงอย่างเดียว
วิธีการรักษาตาแพ้แสงมีแบบไหนบ้าง?

ตาแพ้แสง วิธีรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ โดยจักษุแพทย์จะวางแผนให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละบุคคล เพื่อบรรเทาอาการตาแพ้แสงให้กลับมาเป็นปกติโดยไว
รักษาด้วยยา
หากอาการตาแพ้แสง มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ หรือการอักเสบภายในดวงตา เช่น ม่านตาอักเสบ จักษุแพทย์จะพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะ ยาต้านไวรัส ยาลดอักเสบ หรือยารักษาโรคไมเกรน เพื่อควบคุมอาการที่ต้นเหตุ
รักษาด้วยยาหยอดตา น้ำตาเทียม
ในคนไข้ที่มีภาวะตาแห้งหรือการระคายเคืองผิวดวงตา จักษุแพทย์อาจแนะนำให้หยอดตาด้วยน้ำตาเทียม เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการเสียดสีของกระจกตา และช่วยให้ตาแพ้แสงอาการดีขึ้น
นอกจากการใช้ยาแล้ว การปรับพฤติกรรมก็มีความสำคัญ เช่น พักสายตาทุก 20 นาทีเมื่อใช้คอมพิวเตอร์ ลดการใช้โทรศัพท์ติดต่อกันเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงการจ้องหน้าจอในที่มืด และดูแลสุขภาพดวงตาอย่างสม่ำเสมอ
ตาแพ้แสงควรใส่แว่นแบบไหน?
คำถามที่พบได้บ่อยคือ ตาแพ้แสง ควรใส่แว่นแบบไหน? สำหรับคนไข้ตาแพ้แสง ควรเลือกแว่นให้เหมาะกับตัวเอง จะช่วยลดปริมาณแสงที่เข้าสู่ดวงตา และเพิ่มความสบายตาในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมาก
- แว่นกรองแสง FL-41 : เป็นเลนส์ฟิลเตอร์สีชมพูส้มที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ช่วยบล็อกความยาวคลื่นแสงสีฟ้าและแสงฟลูออเรสเซนต์ เหมาะสำหรับคนไข้ที่ตาแพ้แสงจากโรคไมเกรน
- แว่น Photochromic (เลนส์เปลี่ยนสี) : เลนส์จะปรับสีเข้มขึ้นอัตโนมัติเมื่อออกแดด และกลับมาใสเมื่ออยู่ในร่ม เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาตาไม่สู้แสงแดด ช่วยปกป้องดวงตาจากรังสี UV ได้ทั้ง UVA และ UVB เมื่อเลือกเลนส์ที่ได้มาตรฐาน UV400
- เลนส์กรองแสงสีฟ้า : ช่วยตัดแสงสีฟ้าจากหน้าจอ ลดความอ่อนล้าของดวงตา กรณีใส่แว่นกรองแสงแล้วปวดตา ควรกลับไปตรวจสายตาและตรวจคุณภาพของเลนส์ เพราะอาการอาจเกิดจากค่าสายตาที่ไม่เหมาะสม หรือปัญหาอื่นของดวงตาได้
วิธีป้องกันและดูแลตาเพื่อลดอาการแพ้แสง

การดูแลและถนอมสายตาอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการและช่วยบรรเทาความรุนแรงของภาวะตาแพ้แสงลงได้
- สวมแว่นกันแดดเมื่อออกแดด : เลือกแว่นกันแดดที่สามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้ 100%
- ปรับแสงสว่างในสิ่งแวดล้อม : ไม่เปิดไฟจ้าเกินไปในห้อง และไม่เล่นโทรศัพท์มือถือในที่มืด
- พักสายตาอย่างสม่ำเสมอ : เมื่อต้องทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน ควรพักสายตาทุก ๆ 20 นาที
- หลีกเลี่ยงปัจจัยระคายเคือง : หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน ลมแรง และไม่ขยี้ตา เพราะอาจเพิ่มการระคายเคืองของผิวตา
ตาแพ้แสงแบบไหนที่ควรพบจักษุแพทย์?
แม้อาการตาแพ้แสงหลายกรณีจะไม่อันตรายร้ายแรง แต่หากตาแพ้แสง เริ่มมีอาการรุนแรงขึ้น หรือเกิดร่วมกับสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ คนไข้ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที ไม่ควรรอรักษาเอง
สัญญาณเร่งด่วนที่ควรรีบพบจักษุแพทย์
- มีอาการปวดตาอย่างรุนแรง หรือรู้สึกปวดตาเป็นประจำ ร่วมกับอาการปวดหัว
- การมองเห็นลดลง ตาพร่ามัวมาก
- ตาแดงมาก ตาอักเสบ น้ำตาไหลผิดปกติ
ตาแพ้แสง ปวดตา จนเริ่มกระทบชีวิตประจำวัน ควรรีบรักษา

ตาแพ้แสง เป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภาวะตาแห้งไปจนถึงโรคของกระจกตา ม่านตา หรือจอประสาทตา หากคนไข้มีอาการแสบตา น้ำตาไหล ตาสู้แสงไม่ได้ หรือมองเห็นผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างตรงจุด
สำหรับคนไข้ที่มีความกังวลใจเรื่องสุขภาพดวงตา สามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลจักษุ อินซ์ พร้อมดูแลคนไข้ด้วยทีมจักษุแพทย์เฉพาะทาง และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อฟื้นฟูคุณภาพการมองเห็นของคนไข้ให้กลับมาแจ่มใสและสบายตาอีกครั้ง
สอบถามเพิ่มเติม
- ☎ Tel : 02-055-8888
- 💬 Line : @inzhospital → https://lin.ee/zOUmpL6
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตาแพ้แสง
อาหารช่วยลดอาการตาแพ้แสงได้หรือไม่?
คนไข้ที่ตาแพ้แสง ควรทานอาหารที่มีวิตามินเอ ลูทีน ซีแซนทีน วิตามินซี วิตามินอี เช่น ผักใบเขียว ปลาทะเล จะช่วยบำรุงสุขภาพตา ลดการอักเสบ และลดภาวะตาแห้งได้
ตาแพ้แสงทำเลสิกได้ไหม
สามารถทำได้ แต่ต้องได้รับการตรวจประเมินผิวกระจกตาและสาเหตุของอาการตาแพ้แสงจากจักษุแพทย์ก่อนว่าปลอดภัยหรือไม่
อาการภูมิแพ้แสงคืออะไร?
โดยทั่วไป อาการภูมิแพ้แสงมักหมายถึงผิวหนังหรือดวงตาที่ไวต่อแสงผิดปกติ สำหรับดวงตาจะมีอาการแสบตา น้ำตาไหล ลืมตาได้ลำบาก และรู้สึกไม่สบายตาเมื่อเจอแสง ซึ่งใกล้เคียงกับภาวะ Photophobia
ตาแพ้แสงใส่คอนแทคเลนส์ได้ไหม?
หากกำลังมีอาการตาแพ้แสงหรือมีการอักเสบของดวงตา ควรงดใส่คอนแทคเลนส์ชั่วคราว เพราะอาจทำให้อาการระคายเคืองรุนแรงขึ้น และควรกลับมาใส่เมื่อจักษุแพทย์ประเมินว่าอาการหายเป็นปกติแล้ว
