ทำไมคนอายุเพียง 30-40 ปี จึงเริ่มพบโรคตาได้มากขึ้น? เจาะลึกพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำร้ายดวงตาโดยไม่รู้ตัว กับพญ.วันวิสาข์ ตันศิริเจริญกุล (หมอหลิน) 

    ปัจจุบันโรคตาไม่ใช่เรื่องของผู้สูงอายุอีกต่อไป พญ. วันวิสาข์ ตันศิริเจริญกุล (หมอหลิน) ว. 36850 จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลจักษุ อินซ์ ได้ร่วมพูดคุยในรายการ Health Matter Ep.17 เกี่ยวกับคนวัยทำงานอายุ 30-40 ปี เริ่มพบปัญหาสุขภาพตาเพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน การใส่คอนแทคเลนส์ผิดวิธี หรือการละเลยการดูแลสุขภาพตา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคตาได้เร็วกว่าที่คิด 

พฤติกรรมเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยง 

  • ขยี้ตาบ่อย : อาจทำให้เปลือกตาหย่อน กระจกตาบางลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหากระจกตาในระยะยาว 
  • ใส่คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี เช่น ใส่นานเกินไป ใส่นอน หรือใส่ว่ายน้ำ เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่กระจกตาและส่งผลต่อการมองเห็น 
  • จ้องหน้าจอต่อเนื่องโดยไม่พักสายตา ทำให้เกิดอาการตาแห้ง ตาล้า และอาจส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นในระยะยาว 

โรคตาที่ควรระวัง 

  • ต้อหิน ภัยเงียบที่อาจทำลายเส้นประสาทตาโดยไม่แสดงอาการในระยะแรก 
  • ต้อลมและต้อเนื้อ มักเกี่ยวข้องกับแสง UV และภาวะตาแห้งเรื้อรัง 
  • ต้อกระจก สามารถพบได้ในคนอายุน้อย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์เองหรือเคยมีอุบัติเหตุทางตา 

วิธีดูแลดวงตาสำหรับคนยุคใหม่ 

  • ใช้กฎ 20-20-20 พักสายตาทุก 20 นาที มองไกล 20 ฟุต นาน 20 วินาที 
  • ใช้คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธีและรักษาความสะอาด 
  • สวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันรังสี UV 
  • ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 35-40 ปีขึ้นไป หรือใช้สายตาหนักเป็นประจำ 

ทางเลือกในการแก้ไขปัญหาสายตา 

  • SMILE Pro เทคโนโลยีเลเซอร์แก้ไขสายตาแผลเล็ก ไม่เปิดฝากระจกตาช่วยลดการพึ่งพาแว่นและคอนแทคเลนส์ 
  • เลนส์เสริม ICL ทางเลือกสำหรับผู้ที่สายตาสั้น เอียง หรือผู้ที่ไม่เหมาะกับการทำเลสิก(LASIK) ที่ได้รับความนิยมเป็นจำนวนมากในคนสายตาสั้น ประเทศญี่ปุ่น  

    การดูแลดวงตาไม่ควรรอจนมีอาการผิดปกติ เพราะหลายโรคตาอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน พักสายตาอย่างเหมาะสม และตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ จะช่วยดูแลการมองเห็นให้คงอยู่ได้ในระยะยาว สามารถรับชมเพิ่มเติมได้ในรายการ Health Matter Ep.17 ผ่านช่องทาง Youtube Praew Magazine