รักตัวเองต้องฟัง! เจาะลึกพฤติกรรมเสี่ยงทำร้ายดวงตาโดยไม่รู้ตัว กับ พญ.วันวิสาข์ ตันศิริเจริญกุล (หมอหลิน) ในรายการเกลาแก้โรค

    เพราะดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่เราใช้ทุกวัน แต่หลายครั้งพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำจนเคยชิน อาจกำลังส่งผลเสียต่อสุขภาพตาโดยไม่รู้ตัว พญ.วันวิสาข์ ตันศิริเจริญกุล (หมอหลิน) ว. 36850 จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลจักษุ อินซ์ ได้รับเชิญร่วมพูดคุยในรายการ “เกลาแก้โรค” ภายใต้หัวข้อ “รักตัวเองต้องฟัง! ก่อนเสี่ยงตาบอดไม่รู้ตัว” เพื่อแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงที่หลายคนมองข้าม พร้อมแนวทางดูแลดวงตาให้ใช้งานได้อย่างยาวนาน  

    การขยี้ตาเวลาคันตาหรือง่วงนอนอาจเป็นเรื่องปกติสำหรับหลายคน แต่ในมุมมองของจักษุแพทย์ พฤติกรรมนี้อาจส่งผลเสียต่อดวงตาได้มากกว่าที่คิด ตั้งแต่เปลือกตาที่เหี่ยวย่นก่อนวัย ไปจนถึงความผิดปกติภายในดวงตาที่อาจส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาว  

    เช่นเดียวกับพฤติกรรมการใส่คอนแทคเลนส์ แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของใครหลายคน แต่การใส่ขณะอาบน้ำ ว่ายน้ำ หรือเผลอใส่นอน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อกระจกตาอักเสบหรือติดเชื้อได้ โดยเฉพาะเมื่อดวงตาได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอจากการใส่เป็นเวลานานเกินไป 

    นอกจากนี้ อุบัติเหตุทางตาก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเพียงเสี้ยววินาทีจากเศษหิน เศษเหล็ก หรือวัตถุขนาดเล็กที่กระเด็นเข้าตา อาจสร้างความเสียหายต่อการมองเห็นได้อย่างรุนแรง หลายกรณีสามารถป้องกันได้ด้วยอุปกรณ์นิรภัยง่าย ๆ ที่หลายคนมักละเลย  

    เมื่ออายุมากขึ้น ดวงตาของเราก็เปลี่ยนแปลงไปตามวัย เด็กที่มีพฤติกรรมใช้เวลากับหน้าจอมากเกินไปมีโอกาสเกิดภาวะสายตาสั้นเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปอาจเริ่มเผชิญกับภาวะสายตายาวตามวัย รวมถึงโรคตาสำคัญอย่างต้อหินและต้อกระจก ซึ่งบางโรคแทบไม่มีสัญญาณเตือนในระยะแรก 

    ดวงตาเป็นอวัยวะที่มีเพียงคู่เดียว และหลายครั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจไม่สามารถย้อนกลับได้ทั้งหมด การรู้เท่าทันพฤติกรรมเสี่ยงและหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของการมองเห็นจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการดูแลสุขภาพตาในระยะยาว 

    บทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ พญ.วันวิสาข์ ได้แบ่งปันไว้ในรายการเกลาแก้โรค หากอยากรู้ว่าพฤติกรรมใดเสี่ยงต่อดวงตามากกว่าที่คิด รวมถึงวิธีดูแลดวงตาให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น สามารถรับชมบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ใน รายการ “เกลาแก้โรค” ทางช่อง Youtube เกลา